WINTER PAY CODE เก็บโค้ดที่นี้ เงื่อนไขโค้ด
ราคา
-
>

ปลอกหมอน ณเดชน์ คูกิมิยะ ลิขิตรักข้ามดวงดาว

ณเดชน์ คูกิมิยะ

ปลอกหมอนณเดชน์ คูกิมิยะ

ณเดชน์ คูกิมิยะ

ปลอกหมอนลิขิตรักข้ามดวงดาว (ปลอกหมอนณเดชน์)

ลิขิตรักข้ามดวงดาว ละครฟอร์มยักษ์แห่งปี มาพร้อมกับปลอกหมอนฟินๆ เหมือนได้นอนเคียงคู่บนอ้อมแขนของคุณอชิระ(แสดงโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ พระเอกซุปเปอร์สตาร์เมืองไทย)

รายละเอียดปลอกหมอนณเดชน์

  • ผลิตจาก ผ้าโพลีเอสเตอร์-ฟองยี่
  • ขนาด 69 ซม. x 52 ซม.
  • สีขาว
  • พิมพ์ลาย 1 ด้าน

ลิขิตรักข้ามดวงดาว

เรื่องย่อ

เมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2231 หนุ่มหล่อต่างดาวอย่าง อชิระ ได้เดินทางเข้ามาสำรวจทรัพยากรบนโลกพร้อมกับหมู่คณะ และแล้วเขาก็ได้พบ แม่หญิงบัว วัย 15 ปี เธอคือผู้ที่ทำให้อชิระรู้จักกับคำว่าความรักและความตาย เพราะวันนั้นเธอเกือบพลัดตกจากหน้าผา แล้วอชิระนั้นก็ได้เข้าไปช่วยไว้ได้ทัน ทำให้อชิระนั้นไม่สามารถกลับเข้ามาขึ้นยานได้ทันเวลา เขาจึงได้ติดอยู่ที่โลกนับตั้งแต่นั้นจนถึงปัจจุบันคือปี พ.ศ. 2563 ซึ่งรวมๆ แล้วก็ประมาณ 300 กว่าปี

การใช้ชีวิตของอชิระนั้นผ่านมาหลายยุคสมัย เพียงเพื่อรอให้ถึงเวลาที่เขานั้นจะได้กลับไปยังที่เขาจากมา แล้ววันที่เขารอคอยก็มาถึง เมื่อทางสถาบันดาราศาสตร์ของต่างประเทศแจ้งข่าวว่าอีกสามเดือนข้างหน้านั้นจะมีดาวหางโคจรเข้ามาใกล้กับโลกมากที่สุดในรอบหลายร้อยปี และการเดินทางของดาวหางที่เข้ามาใกล้โลกนี้จะทำให้อชิระได้เดินทางกลับไปยังดาวของเขาได้ เพราะเขานั้นเฝ้ารอคอยเวลานี้มานานแสนนาน และเขาจะได้กลับไปอย่างสบายใจเพราะเขานั้นไม่ได้มีความผูกพันกับใคร

แต่แล้วกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่ออชิระนั้นได้พบกับ ฟ้ารดา สาวซุปเปอร์สตาร์อันดับต้นๆของเมืองไทย ฟ้ารดาได้ย้ายมาอยู่ห้องติดกับอชิระและก็ได้สร้างความปวดหัวตั้งแต่วันแรกที่เขาทั้งสองนั้นได้พบกัน ซึ่งอชิระไม่เคยคิดที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับฟ้ารดาเลย จนอชิระได้พบเจอกับรูปวัยเด็กของฟ้ารดา ซึ่งเด็กสาวในรูปนั้นหน้าตาคล้ายแม่หญิงบัวไม่ผิดเพี้ยน เขาพยายามคิดว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้านั้นเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น แต่เมื่อพอเขาได้รู้จักฟ้ารดามากขึ้น ก็ทำให้ยิ่งมั่นใจว่าฟ้ารดากับแม่หญิงบัวคือคนๆเดียวกัน แต่ร่างของอชิระกำลังจะจากโลกนี้ไป ทำให้เขาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงที่จะอยู่ใกล้ชิดกับฟ้ารดา แต่ก็ดันไปรู้ว่ากำลังจะมีใครคิดปองร้ายกับฟ้ารดา

เมื่อรู้อย่างนี้แล้วเขาจะช่วยฟ้ารดาให้รอดพ้นจากอันตรายนี้หรือไม่ เพราะรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าถ้ายิ่งใกล้ชิดกับฟ้ารดามากเท่าไหร่ เขาก็จะยิ่งรักเธอมากขึ้นเท่านั้น เขาจะทำอย่างไรกันนะ หรือว่าเขาจะเลือกที่จะไม่ยุ่งกับเธอ ปล่อยให้โชคชะตาเธอนั้นเป็นไปตามที่ฟ้ากำหนด เพื่อที่เขานั้นจะได้ไปจากโลกนี้อย่างสบายใจ สุดท้ายแล้ว

ตัวอย่างละคร ลิขิตรักข้ามดวงดาว

ณเดชน์ คูกิมิยะ (0 สินค้า)

จำนวนสินค้าต่อหน้า  40 80 120
จำนวนสินค้าต่อหน้า  40 80 120

ณเดชน์ คูกิมิยะ

ณเดชน์ คูกิมิยะ เกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2534 เป็นนักแสดงและนายแบบลูกครึ่งไทย-ออสเตรีย มีชื่อเสียงจากผลงานแสดงทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยเฉพาะละครเรื่อง "ดวงใจอัคนี, เกมร้ายเกมรัก" ซึ่งแสดงร่วมกับอุรัสยา เสปอร์บันด์ เป็นผู้นำเสนอภาพยนตร์โฆษณาสินค้าต่าง ๆ มากมาย เข้าร่วมในกิจกรรมรณรงค์ด้านสังคม งานการกุศล เช่น เป็นพรีเซ็นเตอร์ รณรงค์เชิญชวนชายไทยคัดเลือกทหาร ให้กับทางกองทัพบก การได้รับเลือกจากสภากาชาดไทย เป็นทูตรณรงค์เผยแพร่ความรู้ต้านภัยมะเร็งเต้านม ในปี 2554-2555 ได้รับเลือกจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้เป็นทูตพระพุทธศาสนาวิสาขบูชานานาชาติ เป็นต้น มีผลงานการพากย์เสียงการ์ตูน และได้รับรางวัลผลงานดีเด่นในวงการบันเทิงมากมาย

จากการที่ประชาชนพบเห็นณเดชน์ปรากฏตัวผ่านสื่อต่าง ๆ มากมายอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น ละครโทรทัศน์, ภาพยนตร์, โฆษณา, นิตยสาร ฯลฯ ทำให้บางกอกโพสต์ เรียกณเดชน์ว่า "มิสเตอร์เอพวี่แวร์" ความสำเร็จในวงการบันเทิง อาทิเช่น ได้รับฉายา "ซุปตาร์พันธุ์ข้าวเหนียว" จาก สมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2554 การได้รับรางวัล "ขวัญใจมหาชน" จากงาน สยามดาราสตาร์อวอร์ด 2011 รวมทั้งรางวัลนักแสดงนำชายดีเด่นในหลาย ๆ สถาบันที่สำคัญ จากละครเรื่อง "เกมร้ายเกมรัก" ได้แก่ รางวัลเมขลา ครั้งที่ 24, รางวัลนาฏราช ครั้งที่ 3, สยามดาราสตาร์อวอร์ด 2012 เป็นต้น ไปจนถึงได้รับการยกย่องให้เป็น 1 ใน 14 ดาราแห่งศตวรรษ และ 1 ใน 120 คนบันเทิง ผู้ทรงอิทธิพลครึ่งปีแรก 2555 โดยนิตยสารวิเคราะห์วงการบันเทิง รีเควส รวมทั้งดาราทรงอิทธิพลในวงการบันเทิง โดยหนังสือพิมพ์ ดาราเดลี่ เป็นต้น ไปจนถึงผลการสำรวจความนิยมในอันดับ 1 ของสถาบันต่าง ๆ มากมาย

ประวัติ

ณเดชน์ คูกิมิยะ มีชื่อเดิมว่า ชลทิศ ยอดประทุม ชื่อเล่น แบรี่ เกิดวันอังคารวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2534 ที่จังหวัดขอนแก่น โดยชื่อจริงมารดาบุญธรรมเป็นผู้ตั้งให้ เป็นคำประสมระหว่าง ณ+เดชน์ มีความหมายว่า "ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด" โดยความหมายในพจนานุกรม คำว่า "เดชน์" แปลว่า "ลูกศร" ส่วน ณ ในที่นี้มาจากคำว่าญาณ หมายถึง ปัญญา ความรู้ ซึ่งตัด ณ มาเพียงตัวเดียว เมื่อรวมความหมายเข้าด้วยกันแล้ว จะได้ความหมายว่า ผู้มีปัญญาแหลมคมดุจลูกศร ซึงหมายถึง ผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด ส่วนชื่อเล่นเดิมบิดาชาวออสเตรียตั้งให้ว่า "แบร้นด์ (Brand)" แต่เนื่องจากอ่านออกเสียงค่อนข้างยาก ครอบครัวของเขาจึงเรียกเพี้ยนมาเป็น แบรี่ หมายถึง "สิ่งที่อยู่บนท้องฟ้า"

ณเดชน์เติบโตและอาศัยอยู่ที่ขอนแก่นกับสุดารัตน์ คูกิมิยะ มารดาบุญธรรมชาวอีสานเชื้อสายจีนผู้มีศักดิ์เป็นป้าซึ่งประกอบธุรกิจส่วนตัว และบิดาบุญธรรมชาวญี่ปุ่นคือโยชิโอ คูกิมิยะ เป็นวิศวกรไฟฟ้าซึ่งทำงานในกรุงเทพมหานคร ส่วนบิดาบังเกิดเกล้าเป็นชาวออสเตรีย และมารดาบังเกิดเกล้าเป็นน้องสาวแท้ๆของสุดารัตน์ ณเดชน์เดิมชื่อชลทิศ ยอดประทุม โดยหลังจากโยชิโอและสุดารัตน์รับอุปการะเป็นบุตรบุญธรรม จึงเปลี่ยนชื่อเป็นณเดชน์ คูกิมิยะ ถึงแม้โยชิโอจะเป็นพ่อบุญธรรมของณเดชน์ แต่ณเดชน์ก็ไม่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ เพราะโยชิโอไม่เคยสอน เมื่อสนทนากันโยชิโอจะใช้เพียงภาษาไทยกับภาษาอังกฤษเท่านั้น

ณเดชน์เล่าถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวว่า โยชิโอและสุดารัตน์มีวิธีการเลี้ยงดูที่ต่างกัน โดยณเดชน์สนิทสนมคุ้นเคยกับสุดารัตน์มากที่สุด เพราะอยู่ใกล้ชิด โทรศัพท์ถึงกันทุกวัน ดูแลถามไถ่เรื่องอาหารสุขภาพ ไม่ดุ ส่วนโยชิโอจะคุยกันแบบผู้ชาย เรื่องวางแผนในอนาคต อาชีพการงาน และเรื่องผู้หญิง[5] ทั้งนี้พ่อและแม่ที่แท้จริงของณเดชน์ได้แยกทางกันไปตั้งแต่ณเดชน์ยังเด็ก ๆ และณเดชน์ก็ไม่เคยเจอหน้าพ่อแท้ ๆ เลย ซึ่งณเดชน์สงสัยที่มาที่ไปของตัวเองมาตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นอนุบาล จนกระทั่ง ม.2 หลังโดนเพื่อนทักว่าทำไมหน้าตาไม่คล้ายคนญี่ปุ่น ณเดชน์จึงมาถามความจริงกับสุดารัตน์จนทราบเรื่อง โดยณเดชน์ก็ยอมรับเรื่องดังกล่าว อีกทั้งยังรักและเคารพพ่อและแม่บุญธรรมเหมือนเดิม พร้อมกับยกย่องพ่อบุญธรรมชาวญี่ปุ่นเป็นฮีโร่ในดวงใจ และถือว่าตัวเองก็เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่น

ณเดชน์เป็นคนชื่นชอบการฟังเพลงและเล่นดนตรีหลายอย่าง เช่นกีตาร์, อูกูเลเล โดยเมื่อว่างจากการถ่ายทำละครเขามักจะนำอูกูเลเล คอร์เน็ต และแบนโจมาเล่นบ่อย ๆ สมัยที่เรียนมัธยมต้นณเดชน์กับเพื่อนได้รวมกลุ่มก่อตั้งวงดนตรีเพื่อแสดงในกิจกรรมต่าง ๆ ของโรงเรียน ชื่อวง ดีเอกซ์ โดยณเดชน์เป็นมือเบส และได้ร้องนำบ้างในบางโอกาส รวมถึงชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก ส่วนกีฬาที่นิยมเล่นในเวลาว่างคือ ฟุตบอล, ว่ายน้ำ, กอล์ฟ ซึ่งโยชิโอสอนให้เมื่ออายุ 10 ปี และเทควันโด ซึ่งเคยเข้าแข่งขันได้รับรางวัลรองชนะเลิศในรุ่นเยาวชนชายอายุไม่เกิน 6-8 ปี จากรายการชิงแชมป์ประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2545 นอกจากนี้ณเดชน์ยังมีความศรัทธาและเข้าร่วมกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาอย่างสม่ำเสมอ ได้ผ่านการบวชเณรมาเมื่อวัยเยาว์ จนกระทั่งได้รับรางวัลบุคคลผู้มีคุณธรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันวิสาขบูชา ประจำปี พ.ศ. 2554 โดยสภาศิลปินส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย

ณเดชน์ ไม่เล่นเครือข่ายสังคมออนไลน์ ดังดาราที่มีชื่อเสียงคนอื่น จนถูกมองว่าเชย เมื่อวันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2562 เขาตัดสินใจเปิดบัญชีอินสตราแกรม

การศึกษา

ณเดชน์เรียนอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลพิมานเด็ก ต่อชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาชาย (ปัจจุบันเป็น โรงเรียนมหาไถ่ศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) กระทั่ง ป.5 ได้ย้ายไปเรียนที่โรงเรียนขอนแก่นวิเทศศึกษา จังหวัดขอนแก่น จนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (สายวิทย์-คณิต) ระหว่างศึกษาได้เป็นตัวแทนโรงเรียนไปแข่งขันหลายครั้ง เมื่อเข้าสู่ระดับอุดมศึกษาณเดชน์ได้คัดเลือกเข้าศึกษาต่อใน คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตรนานาชาติ แต่ไม่ผ่านการสอบคัดเลือก ณเดชน์จึงได้เลือกเรียนสาขาใหม่ในมหาวิทยาลัยเอกชน เนื่องจากขณะที่ศึกษาอยู่ชั้น ม.4 เขาเริ่มสนใจการผลิตภาพยนตร์สั้น รายการโทรทัศน์ จึงต้องการเรียนรู้การทำงานเบื้องหลัง เช่น กำกับการแสดง และสนใจศึกษาทฤษฎีต่าง ๆ เกี่ยวกับการถ่ายภาพนิ่ง ไม่ชอบการเรียนคณิตศาสตร์ ประกอบกับระยะนั้นเขาได้เข้าสู่วงการบันเทิงเป็นที่เรียบร้อย และเริ่มแสดงละครโทรทัศน์ จึงเลือกเข้าศึกษาต่อในสาขาวิชาการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จวบจนณเดชน์สำเร็จการศึกษาและได้รับเกียรตินิยมอันดับ 2 ด้วยเกรดเฉลี่ย 3.31 ปัจจุบัน ณเดชน์กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโท วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ดังเดิม

การทำงาน

เข้าสู่วงการ

เมื่อปี พ.ศ. 2551 ผู้จัดการนักแสดง ศุภชัย ศรีวิจิตร ได้ไปเยี่ยมบ้านของศุกลวัฒน์ คณารศ ที่ขอนแก่น และพบณเดชน์ซึ่งอาศัยในหมู่บ้านเดียวกันโดยบังเอิญ จึงร้องขอต่อสุดารัตน์ให้บุตรบุญธรรมเข้าร่วมเป็นนักแสดงในสังกัด ซึ่งเธอก็ยินยอม โดยก่อนหน้านั้นศุภชัยได้รู้จักกับอาจารย์ของณเดชน์ รวมทั้งเคยเห็นภาพณเดชน์จากอินเทอร์เน็ตมาบ้าง แต่เนื่องจากณเดชน์ยังมีอายุเพียง 15 ปี และกำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.4 เขาใช้เวลาฝึกบุคลิกภาพ ความสามารถต่าง ๆ ด้านการแสดงเป็นเวลา 2 ปีก่อนที่จะพาเข้าสู่การทำงานในวงการ ปัจจุบันณเดชน์มีบ้านของตัวเองที่กรุงเทพมหานครแล้ว

ในตอนแรกณเดชน์ไม่มีความคิดอยากที่จะเป็นนักแสดง เพราะเคยมีอคติส่วนตัวต่อวงการบันเทิงไม่ชอบดูละคร แต่ด้วยคำแนะนำของสุดารัตน์และศุภชัยจึงได้เข้าสู่วงการดารานักแสดงทางฝั่งฮอลลีวูดที่ณเดชน์ชื่นชอบคือ นิโคล คิดแมน เพราะดวงตามีเสน่ห์ มองแล้วรู้สึกประทับใจ โดยให้เหตุผลว่า "ผมชอบเวลามองผู้หญิง แล้วเขามองกลับมาครับ เพราะตาของผู้หญิงแต่ละคนสามารถบอกได้ว่า เขาคิดยังไงกับเรา" แม้ณเดชน์มีภาพลักษณ์ที่สนุกสนานร่าเริง แต่เคยให้สัมภาษณ์ว่า บางครั้งมีโลกส่วนตัวสูง ไม่ต้องการพบปะผู้คน และต้องปรับตัวในการเข้าสู่วงการบันเทิงมาก

เมื่อเข้าเป็นนักแสดงในสังกัดของศุภชัยแล้ว ณเดชน์จึงเริ่มงานด้านการเดินแบบเป็นครั้งแรกในงานการกุศลของศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ แล้วจากนั้นก็เริ่มมีผลงานถ่ายแบบให้กับนิตยสารหลายฉบับ โดยครั้งแรกที่ทำงานในวงการบันเทิง ณเดชน์ อายุ 17 ปี กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.5 และผลงานแรกที่ปรากฏแพร่ภาพทางวิทยุโทรทัศน์คือภาพยนตร์โฆษณาหมากฝรั่ง ไทรเด้นท์ รีแคลเดนท์ คู่กับพัชราภา ไชยเชื้อ

แสดงละคร

ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ได้มีการคัดเลือกนักแสดงขึ้น โดยณเดชน์ผ่านการคัดเลือกให้เข้ามาเป็นนักแสดงหน้าใหม่ เพื่อร่วมแสดงในละครโทรทัศน์ เงารักลวงใจ เป็นเรื่องแรก และในปี พ.ศ. 2553 ได้มีผลงานละครที่สร้างชื่อเสียงคือ ดวงใจอัคนี , เกมร้ายเกมรัก ความนิยมจากการแสดงละครโทรทัศน์ส่งผลให้ณเดชน์ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำเสนอในภาพยนตร์โฆษณาสินค้าเพิ่มขึ้นมากมายจากผลงานโฆษณาที่มีอยู่เป็นจำนวนมากของณเดชน์ทำให้ โพสต์ทูเดย์ กล่าวว่า ณเดชน์คือ "แชมป์พรีเซ็นเตอร์" รวมทั้งชื่อเสียงในการแสดงละครคู่กับอุรัสยา เสปอร์บันด์ ทำให้ได้นำเสนอภาพยนตร์โฆษณาต่าง ๆ ร่วมกันหลายเรื่องจนกระทั่งถูกเรียกให้เป็นพระนาง คู่ขวัญกันทั้งสองคนถูกนำชื่อไปเป็นเรื่องราวสมมุติในงานจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัย เช่น ภาพพิธีมงคลสมรสที่วัดลำปางกลางตะวันออก แสดงวิถีการดำเนินชีวิตและขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของคนภาคเหนือ เพื่อบันทึกไว้ให้คนรุ่นหลังศึกษาสืบทอดกันต่อไป ตามมาด้วยผลงานด้านอื่น ๆ เช่นการพากย์การ์ตูนแอนิเมชันสำหรับเยาวชน เรื่อง "ซุปเปอร์ฮีโร่ หล่อช่วยได้" หนึ่งในตัวละครหลักร่วมกับปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ และปริญ สุภารัตน์ ออกอากาศทางช่อง 3 ไปจนถึงการร่วมกิจกรรมทางสังคม ต่าง ๆ เช่น คณะทูตของโครงการรณรงค์ต้านภัยมะเร็งเต้านม 2554 โดยสภากาชาดไทย เป็นพรีเซ็นเตอร์รณรงค์เชิญชวนชายไทยคัดเลือกทหารของกองทัพบกไทย ประจำปี 2555 ในปี 2554-2555 ได้รับเลือกจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ให้เป็นทูตพระพุทธศาสนาวิสาขบูชานานาชาติ เป็นต้น ซึ่งผลงานหลากหลายประเภทที่ทำไว้ในข้างต้นเป็นจำนวนมาก บางกอกโพสต์จึงเรียกณเดชน์ว่า "Mr Everywhere" โดยเหตุผลของหนังสือพิมพ์มาจากการที่ประชาชนสามารถพบเห็นณเดชน์ตามแหล่งสื่อต่าง ๆ ต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา

ในวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555 รายการ เช้าดูวู้ดดี้ ออกอากาศทางช่องโมเดิร์นไนน์ทีวี ได้มีการถ่ายทอดเทปบันทึกเรื่องราวของ ด.ญ.พรสุภาดา คำกำพุทธ มีชื่อเล่นว่า มอมแมม ที่อาการดีขึ้นอย่างเป็นปรากฏการณ์คล้ายปาฏิหาริย์ หลังจากการดูละคร เกมร้ายเกมรัก และชื่นชอบตัวละคร สายชล พระเอกของเรื่องรับบทโดยณเดชน์เป็นแรงบันดาลใจทำให้ปฏิกิริยาของร่างกายฟื้นจากอาการป่วยเร็วขึ้นทุกครั้งก่อนได้รับการผ่าตัด โดยบิดาของเด็กหญิงได้กล่าวไว้ในข้างต้นว่า "ในช่วงเขาป่วยเข้าโรงพยาบาลก็จะไปดูแลเขาตลอด ต้องเขาผ่าตัดมา 3 ครั้งแล้ว ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม ก็ยังไม่ได้ออกจากโรงพยาบาลเลย เกือบเสียชีวิตไปแล้วเมื่อ 2 ครั้งที่แล้ว แต่ก็รอดมาได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งทุกครั้งก็จะทำใจไว้ล่วงหน้า เพราะอาการหนักมากจริง ๆ แต่ครั้งล่าสุดเขาบอกว่าเขาจะกลับมาหาสายชล ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าคืออะไร มารู้ที่หลังว่าเขาชอบดูละครเรื่องนี้ และชอบสายชลมาก คุณหมอบอกว่าอาการดีขึ้นทุกครั้งที่ได้ดูสายชล" โดยมอมแมมเป็นเด็กหญิงวัย 7 ขวบ มีหัวใจเพียงแค่ 2 ห้อง และไม่มีเส้นเลือดไปเลี้ยงที่ปอด ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไปได้ หลังจากที่ณเดชน์ทราบเรื่องจึงเดินทางมาพบเด็กหญิงเพื่อมาให้กำลังใจพบปะพูดคุยกับเด็กหญิง เมื่อวันที่ 19 มกราคม ที่สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี บริจาคเงินให้ครอบครัวของเด็กหญิงอีก 50,000 บาท วันรุ่งขึ้นเป็นพาดหัวข่าวใหญ่บนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับ และรายการโทรทัศน์บันเทิงหลายช่อง จนวันที่ 22 มกราคม เด็กหญิงสามารถออกจากโรงพยาบาล และกลับมาเรียนหนังสือได้อย่างเป็นปกติ

การจัดงานวันแม่แห่งชาติปี 2555 ณเดชน์ได้รางวัลลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่ จากสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ มีจำนวนทั้งสิ้น 85 คน จาก 330 คน ซึ่งณเดชน์เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับรางวัลประเภท นักร้อง นักแสดง ศิลปิน โดยเข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ในปีต่อมาณเดชน์ได้รับประกาศเกียรติคุณเป็นทูตพระพุทธศาสนาวิสาขบูชานานาชาติ ประจำปี พ.ศ. 2556 และการประกาศเกียรติคุณรางวัลครอบครัวชาวพุทธมามกะ จากทางมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

เมื่อปี พ.ศ. 2555 มีผลงานแสดงละครเรื่อง ธรณีนี่นี้ใครครอง แสดงร่วมกับอุรัสยา เสปอร์บันด์อีกหน การแสดงของทั้งคู่กรุงเทพธุรกิจวิจารณ์ไว้ว่า "ได้เผยถึงความหลากอารมณ์ มีหลายอย่างปน ๆ กันอยู่ แล้วปล่อยออกมาแบบกระตุ้นการรับรู้" (sensory stimulus) นอกจากงานแสดงแล้ว ณเดชน์ยังได้มีส่วนร่วมกำกับภาพยนตร์กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงคาน ซึ่งเป็นผลงานการกำกับครั้งแรก และปีเดียวกันนี้ ณเดชน์ได้มีงานแสดงภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตคือ คู่กรรม รับบทเป็น โกโบริ ทหารญี่ปุ่น ซึ่งณเดชน์ได้เข้าเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเพื่อการพูดภาษาไทยให้มีสำเนียงเหมือนชาวญี่ปุ่น แสดงร่วมกับอรเณศ ดีคาบาเลส นักแสดงหน้าใหม่ กำกับภาพยนตร์โดยกิตติกร เลียวศิริกุล ผลิตโดยเอ็ม เทอร์ตี้ไนน์ ทางด้านผู้จัดจันทิมา เลียวศิริกุล กล่าวถึงเหตุผลที่เลือกณเดชน์ เพราะโกโบริคือณเดชน์ ว่า "เพราะเขาคือคนที่เหมาะที่สุด เราไม่เคยคิดจะเปลี่ยนตัวเป็นคนอื่น และถ้าไม่ได้น้องเขาจริง ๆ โปรเจกต์นี้ก็คงต้องเก็บไว้ก่อน"

ในปี พ.ศ. 2556 ณเดชน์ได้รับเลือกให้แสดงในละครเรื่อง รอยฝันตะวันเดือด จากละครซีรีส์ชุด The Rising Sun รับบทเป็นคนญี่ปุ่นชื่อ ริว แสดงคู่กับคู่ขวัญ อุรัสยา เสปอร์บันด์ ออกอากาศในปี พ.ศ. 2557 และยังได้ร้องเพลงประกอบละครร่วมกัน ในเพลง "แล้วเราจะได้รักกันไหม" ซึ่งเพลง "แล้วเราจะได้รักกันไหม" ติดอันดับสูงสุดที่ 1 จากการจัดอันดับของซี้ดเอฟเอ็มในชาร์ตของ ซี้ดเอฟเอ็ม ชาร์ตท็อป 20 ประจำวันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557 โดยวัดจากการออกอากาศของคลื่นวิทยุในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนาน 40 สถานี และละครซีรีส์ชุดนี้ยังได้รับรางวัล สเปเชียล อวอร์ด จากองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากซีรีส์ชุดนี้ได้ถ่ายทอดสถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมญี่ปุ่นอย่างสวยงาม จนมีนักท่องเที่ยวเดินทางตามรอยสถานที่ต่างๆ

ในปี พ.ศ. 2557 แสดงละครเรื่อง ลมซ่อนรัก การพบกันครั้งแรกกับ แต้ว ณฐพร เตมีรักษ์ จะออกอากาศในปี พ.ศ. 2558 และยังได้รับบทฝาแฝดเรื่องแรกของณเดชน์อีกด้วย และปลายปีเดียวกันณเดชน์มีละครเรื่อง ตามรักคืนใจ แสดงนำร่วมกับ มิว นิษฐา จิรยั่งยืน

ในปี พ.ศ. 2560 เข้าร่วมทีมนักแสดงหลักของ เล่ห์ลับสลับร่าง (ละครโทรทัศน์) ที่เธอเล่น รามิล ทุ่งพระเพลิง กับนักแสดงหญิง อุรัสยา เสปอร์บันด์ และ ในปี พ.ศ. 2561 เขาเข้าร่วมทีมนักแสดงหลักของซีรีส์ ลิขิตรัก The Crown Princess รับบทเป็นนาวาตรีดวิน สมุทรยากร ดวิน สมาชิกฝีมือดีและแข็งแรงของกองทัพเรือไทย ซึ่งจะถูกส่งไปปกป้องพระมหากษัตริย์เจ้าหญิงดำเนินการโดยนักแสดง อุรัสยา เสปอร์บันด์

ในปี พ.ศ. 2561 ณเดชน์ได้แสดงภาพยนตร์ นาคี ๒ ซึ่งเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของช่อง 3 ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จทางรายได้ ทำรายได้ไป 441.2 ล้านบาทเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดในรอบปี ในปี พ.ศ. 2562 จะเข้าร่วมทีมนักแสดงหลักของฉบับภาษาไทยของซีรีส์ ลิขิตรักข้ามดวงดาว รับบทเป็นอชิระ